ล่องฟ้าวีไอพีกับ ไชย ณ ศีลวันต์ Intania60
ตอบหัวข้อเพิ่ม คลิกที่นี่

ขอแนะนำเรื่องราวของเพื่อน Intania60 ที่ห่างหายกันไปนานมาก เชื่อว่าเพื่อนๆคงจำกันได้ดีนะครับ...ไชย ณ ศีลวันต์ EE

คุณหมอประเสริฐ ปราสาททองโอสถ เคยนำ“แดดและหาดทราย” ของเกาะสมุยไปขายในหน้าหนาวที่ประเทศยุโรป จนกระทั่งสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ “แจ้งเกิด”

วันนี้ ไชย ณ ศีลวันต์ กล้าทำธุรกิจ “ขายเวลา” ติดปีกให้กับการเดินทาง ด้วยการบุกเบิกตลาดเฮลิคอปเตอร์ให้เช่าแบบวีไอพี

ถึงไม่ใช่ธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพียงเจ้าเดียวที่เน้นบริการกับนักธุรกิจระดับบริหาร โดยเฉพาะ

เมื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการก็จะตามมา แล้วจะกลายเป็นเรื่องของความจำเป็นในที่สุด เขาเชื่อว่าอย่างนั้น

ตั้งใจ จะซื้อไว้ให้พ่อใช้ แต่กลายเป็นธุรกิจ
“มันเป็นเรื่องที่จับพลัดจับผลูพอสมควรนะครับ คือครั้งแรกผมไม่ได้มองในแง่ธุรกิจเลย แต่ต้องการซื้อไว้ให้คุณพ่อใช้เองส่วนตัว เพราะในช่วงปี 2549 กิจวัตรของผมก็คือทุกเช้าวันอังคาร 6.30น ผมออกจากกรุงเทพไปรับคุณพ่อ(เชาว์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี)ที่บ้านศรีราชาเพื่อมาร่วมประชุมองคมนตรีในเวลา10.30น. ที่กรุงเทพฯ 4 โมงเย็นออกจากกรุงเทพฯ ไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่หัวหินเวลาประมาณ 1 ทุ่ม แล้วค้างที่นั่น พอตอนเช้า 9 โมง ออกจากหัวหิน ทานข้าวกลางวันที่กรุงเทพฯ ไปส่งคุณพ่อที่ศรีราชา แล้วกลับ ทั้ง 2 วันผมขับรถประมาณ 2,000 กิโลเมตร แล้วตอนนั้นคุณพ่ออายุ 78 ปี ก็เลยมีความคิดว่า เราน่าจะซื้อ เฮลิคอปเตอร์ให้คุณพ่อ” ไชย ณ ศีลวันต์ ประธานกรรมการบริหารแอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น ธุรกิจบริการเฮลิคอปเตอร์ให้เช่าเหมาลำ

หลังจากนั้นเขาเริ่มมาศึกษาว่าจะซื้อแบบไหน รุ่น ไหน ในที่สุดก็ได้เฮลิคอปเตอร์รุ่น EC 135 แบบสองเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นเทคโนโลยีล่าสุดจากบริษัทยูโรคอปเตอร์(บริษัทในเครือแอร์บัส) ซึ่งลำแรกที่ซื้อมานี้ราคา 160 ล้านบาท เป็นเฮลิคอปเตอร์ 8 ที่นั่ง หันหน้าชนกัน 4-4 แต่เมื่อบริษัท จับกลุ่มเป้าหมายวีไอพี ก็ได้เอามาปรับปรุงใหม่ให้ดู กว้าง โอ่โถงขึ้น เหลือเพียง 5 ที่นั่ง

คราวนี้จากศรีราชา ไปสนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหินใช้เวลาไปเพียง 55 นาที ในแต่ละอาทิตย์ วันเดินทางที่แน่นอนของเชาว์ คืออังคารและพุธ ที่เหลืออีก 5 วัน เครื่องถูกปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ความคิดเรื่องหาคนมาเช่าเลยตามมา และเมื่อเขาได้ลองถามไปยังเพื่อนๆก็ปรากฏว่าพบความต้องการจริงในเรื่องนี้แฝงอยู่ในผู้คนที่เขารู้จักมากมาย

โอกาส เกิดขึ้นแล้ว แล้วเขาก็รีบคว้ามันเอาไว้ โดยวางกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 5 กลุ่มหลัก

กลุ่มที่ชอบลองของใหม่ ไม่ใช่เป้าหมายหลัก

“เป้าหมายผมจะไม่โฟกัสไปที่คนกลุ่มนั้น แต่จะมองไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องใช้ เพราะเห็นถึงความจำเป็นมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าทำให้เขาสามารถไปเยี่ยมโรงงานได้บ่อยขึ้น เสียเวลาการทำงานน้อยลง ประสิทธิภาพในการทำงานและ คุณภาพชีวิตเขาก็ดีด้วย ผมว่าธุรกิจนี้ทำให้ชีวิตดีขึ้นไม่ได้หมายถึงว่าทำให้ชีวิตได้รับอะไรที่เกินเลยไป”

ดังนั้นลูกค้าที่เกิดขึ้นมี 5 กลุ่มใหญ่คือ

1.องค์กรในประเทศขนาดใหญ่ ร้อยละ30 ของเป้าหมาย

2. บริษัทข้ามชาติ ที่มีฐานการผลิตที่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ เช่น BMWหรือมีสาขาอยู่ตามจังหวัดมากมายมาย เช่นTesco ร้อยละ30 ของเป้าหมาย

3.นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มีชื่อเสียง (Celebrity) ต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง โดยเป็นพันธมิตรกับโรงแรมและรีสอร์ตระดับ5-6 ดาว ร้อยละ20 ของเป้าหมาย


4. ผู้มีรายได้สูงในประเทศร้อยละ10 ของเป้าหมาย

5. ผู้ใช้กรณีฉุกเฉินต่างๆ และการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นร้อยละ10 ของเป้าหมาย

“ที่ผ่านมาลูกค้าที่ถ่ายภาพยนตร์มีสูงมาก เยอะกว่าที่คิด ลูกค้ารายแรกของผมคือคุณโทมัส คนถ่ายสารคดีของเนชั่นแนลจีออกราฟฟิก เช่าไปจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จ่ายไปเกือบ 3 ล้านบาท ราคากล้องเขาอย่างเดียว ประมาณ 20 ล้านบาท แล้วนะครับ ก็มีคนติดต่อมาตลอดเพื่อเช่าไปถ่ายทำภาพยนตร์ แต่ เราต้องพิจารณากันมากเหมือนกันเพื่อให้เขามีความปลอดภัยที่สุด”

เว็บไซต์ที่ออกไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว คือส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น จำนวนผู้คนที่ติดต่อเข้ามากับการจองจริงที่เกิดขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจซื้อเครื่องบินเพิ่มอีก 3 ลำ ลำที่ 2 จะมาถึงในเดือนธันวาคมนี้ มีลักษณะเป็นแบบสปอร์ต เหมาะที่จะเช่าไปเที่ยวเกาะ ทะเล ภูเขา ส่วนลำที่ 3 จะมาถึงในธันวาคมปีหน้า เขสาวางแผนไว้ว่าจะเอาไปไว้ที่เมืองท่องเที่ยวคือ จังหวัดภูเก็ต หรือเขียงใหม่

“ทั้ง 3 ลำนี้จะบินได้ในระยะสั้นเราเลยตัดสินใจซื้อลำที่ 4 ซึ่งบินได้ทั่วประเทศ และบินได้เร็ว มีจำนวน12 ที่นั่ง อย่างบินไปเชียงใหม่ถึงภูเก็ตไม่ต้องเติมน้ำมันเลยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาทีก็ถึง หรือลูกค้าสามารถออกจากโรงแรมเพนนินซูล่าไปโรงแรมโอเรียลเต็ล ดาราเทวี ได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาที่สุวรรณภูมิ หรือสนามบินเชียงใหม่ ซึ่งลำนี้กว่าจะได้ประมาณเดือนเมษายนปี 2553”

แอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น กลายเป็นกิจการที่ใหญ่โตขึ้นทันที โดยปัจจุบันมีเงินทุนจดทะเบียน 270 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนส่วนตัวของเจ้าของล้วนๆ ไม่มีการก็ยืมมาจากสถาบันการเงินใดๆทั้งสิ้น

ธุรกิจที่ไม่มีคู่แข่ง

ปัจจุบันในเมืองไทยมีธุรกิจบริการให้เช่าเฮลิคอปเตอร์เพียง 2 รายคือ สีชังฟลายอิ้ง ซึ่งจะมีทีไอทีวีเป็นลูกค้าหลัก เช่าไว้ใช้ทำข่าว อีกรายคือของโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่เน้นบริการรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ยังไม่มีบริการระดับวีไอพี เพื่อธุรกิจหรือการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละรายจะมีลูกค้าเฉพาะอยู่แล้ว

ส่วนกลุ่มไมเนอร์ เอวิเอชั่น ซึ่งเพิ่งเปิดตัวธุรกิจ เครื่องบินเจ็ทเช่าเหมาลำ เมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2550 นั้น ไชยบอกว่าอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าเดียวกันกับ เฮลิคอปเตอร์ แต่คอปเตอร์มีจุดดีตรงที่ว่าสามารถรับลูกค้าขึ้นลงในจุดที่ใกล้ที่หมายได้มากกว่า เพราะไม่ต้องใช้สถานที่ขึ้นลงของสนามบินใหญ่ๆอย่างเดียว

ในกรุงเทพฯมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 50 แห่ง มีใบอนุญาตเพียง15แห่ง

จุดขายอย่างหนึ่ง ของเฮลิคอปเตอร์ ให้เช่าแบบเหมาลำคือ สามารถรับส่งลูกค้าให้ขึ้นลงได้ใกล้กับจุดที่พักมากที่สุด ซึ่งในกรุงเทพฯ มีจำนวนประมาณ 50 อาคาร โดยเจ้าของอาคารได้ทำลานจอดไว้เป็นจุดขายแต่เป้าหมายหลักในตอนนั้นน่าจะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยเมื่ออาคารเกิดเพลิงไหม้ได้มากกว่า เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ก็สามารถใช้เป็นลานจอดได้เลยเพื่อช่วยชีวิตผู้คนโดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตสำหรับขึ้นลง แต่ถ้าหากจะใช้เพื่อการเดินทางของลูกค้า ลานจอดแห่งนั้นต้องมีใบอนุญาต ซึ่งปรากฏว่าจากจำนวนทั้งหมด มีเพียง 15 อาคารเท่านั้นที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

อาคารที่มีการใช้บ่อยที่สุดในบ้านเราคืออาคารสมัชชาวาณิช ซอย 33 ราคาขอขึ้นลงประมาณ 3,000บาท โรงแรมอามารี เอเทียมครั้งละ 10,000บาท

“มีหลายแห่งที่เขาอยากปรับปรุงลานจอด แต่เมื่อไม่มีเฮลิคอปเตอร์ เขาจะทำๆไม แต่ถ้ามี บินอยู่จริงๆ เขาก็น่าทำ เป็นจุดขาย เป็นสิ่งที่เขาสามารถบริการลูกค้าได้อีกด้วย

อย่างผมไปโรงแรมที่หัวหิน ผมต้องลงที่บ่อฝ้าย แต่จากสนามบินบ่อฝ้ายไปโรงแรมก็ต้องใช้เวลาอีก ตอนนี้ผมคุยอยู่กับโรงแรมที่ปราณบุรี เพราะจากบ่อฝ้ายไปปราณบุรี ต้องนั่งรถอีก 45นาที แล้วใครจะยอมเสียเงินเป็นแสนมานั่งเฮลิคอปเตอร์

โรงแรมใหญ่ๆเช่นเพนนินซูล่ามีนโยบายเลยนะว่าต้อง มีเฮลิคอปเตอร์ทุกแห่ง แต่ตอนนี้มีในไทยกับจีนเท่านั้น ที่ยังไม่มี อย่างเพนนินที่ฮ่องกงเขามีลานจอดคอปเตอร์ถึง 2 ที่ในอาคารเดียวกันมีเครื่อง 4 ลำ ผู้บริหารของเขาให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก”

เขาแอบคาดหวังเงียบๆว่า ธุรกิจนี้อาจจะทำให้เจ้าของอาคารบางแห่งขอใบอนุญาตขึ้นลงเฮลิคอปเตอร์เพิ่มขึ้น

ค่าเช่า2,500 เหรียญ ต่อชั่วโมง

“เราคิดเงินลูกค้าตามชั่วโมงที่บิน คือประมาณ 2,500 เหรียญต่อชั่วโมง อย่างลูกค้าที่ไปโรงงานที่กบินทร์บุรี จะบอกเราเลยว่า เขาจะทำอะไรบ้าง เราก็คำนวณให้เสร็จ เช่น จากกรุงเทพฯจะให้เราไปรับที่ไหน สมมุติว่ารับที่เพนนินซูล่า เราก็บินจากโรงเก็บของเราที่ร่มเกล้าไปเพนนินซูล่า กี่นาทีจดไว้ จากเพนนินฯไปกบินทร์ กี่นาที จดไว้ กบินทร์ไปสุรินทร์อีกเท่า ไหร่ และกลับมาส่งที่โรงแรม บินกลับ ไปโรงเก็บ เราจดหมด บวกไปกี่นาที ก็คูณกันไป แล้วช่วงเวลาที่รอเขาเข้าไปดูงาน ผมก็คิด 3 ชั่วโมง 75 เหรียญ เวลารอไม่แพง แต่ต้องคิด ไม่อย่างนั้นเขาจะให้เรารอนานมาก ก็คิดให้เสร็จ ค่าบินเท่านี้ ค่ารอเท่านี้ ถ้ามีค่าอื่นๆ เช่น ค่าขึ้นลง เวลาบินจริงๆ เจอสภาพอากาศไม่ดี ต้องบินอ้อมไม่ได้คิดเงินเพิ่ม

การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ต้องการ 3 เรื่องคือ 1.ใบอุญาตขึ้นลง 2.อนุมัติเส้นทางบิน 3. แผนการบิน ทั้ง 3 เรื่องต้องใช้เวลาในการขอ หากขึ้นลงในที่ๆมีใบอนุญาตอยู่แล้ว ก็ตัดไป 3 วัน เพราะเราใช้เวลาในการขอประมาณ 3 วัน ในเรื่องเส้นทางบิน ถ้าเป็นเส้นทางที่เรามีใบอนุญาตการบินอยู่แล้วและเราคิดว่าเป็นเส้นทางที่เราต้องบินอยู่เป็นประจำ ผมก็ขออนุมัติเส้นทางบินตลอดเวลา ก็ตัดไปอีก 3 วัน เรื่องแผนการบินก็เหมือนกัน ถ้าเป็นที่ไปประจำก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบอกว่าจะไปโรงเรียนหมูสี ผมไม่เคยไป ก็ต้องไปถ่ายรูปโรงเรียนหมูสี ไปขอทำใบอนุญาตขึ้นลง ได้ใบอนุญาตก็ต้องไปเปิด ก็รวมประมาณ 7 วัน ดังนั้นการใช้เวลาก็จะแตกต่างกัน”

ไทยพาณิชย์ ซื้อเป็นแพ็กเกจ 60 ชั่วโมงต่อปี

วันที่ไชยและภรรยานำโปรเจ็คนี้ไปเสนอให้กับทางผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดนั้น เขาเล่าว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆมานั่งฟังกันประมาณ 30 คน ทุกคนซักถามอย่างสนใจ ก่อนที่จะเซ็นสัญญา โดยทางธนาคารจ่ายล่วงหน้าเลย แล้วทยอยใช้ใน 1 ปี เป็นแพ็กเกจพิเศษที่มีส่วนลด คิดแล้วประมาณ 1,750 เหรียญต่อชั่วโมง

“อย่างปตท. นี่คุณประเสริฐ ทั่งสัมพันธ์ บอกว่าเขาใช้แน่ แต่เมื่อใช้ ก็จ่ายเป็นครั้งๆไป บริษัททรู กำลังรอเวลาไปทำการพรีเซ็นเทชั่น ส่วนคุณซิกเว่ แกบอกว่าดีแทคเป็นแบรนด์ที่ติดดินอาจจะขัดกับภาพลักษณ์องค์กร แต่ถ้าช่วงไหนมีผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศเข้ามาก็คงจะต้องเรียกใช้

ลูกค้าบางรายบอกว่า ผมนั่งเครื่องใหญ่โบอิ้ง 747 ยังไม่เคยสบายใจเลย ถ้าเขาพูดอย่างนี้ จบแล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว ที่จริงลูกค้าผมอย่างเช่นคุณ ประเสริฐ (ปตท.) คุณกรรณิการ์ (ไทยพาณิชย์) ก็ผู้ใหญ่แล้วนะ เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับคน อย่างโรงแรม 5-6 ดาวบางแห่งเราพยายามติดต่อเข้าไป เขาไม่รับนัด และบอกกลับมาว่า โรงแรมเขาไม่มีใครใช้บริการเฮลิคอปเตอร์ ผมก็แปลกใจ เอ๊ะ..ก็เพราะเมื่อก่อนมันไม่มี แล้วนี่ก็เป็นบริการอย่างหนึ่งที่เป็นจุดขายของโรงแรมได้ สร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทางให้ ลูกค้าได้ใช้เวลาน้อยลงทำไมไม่สนใจ ผมเลยคิดว่าไม่เป็นไร บินซะจนให้เขาเห็น และวันหนึ่งเขาจะมาขอใช้บริการเราเอง

ผมจะบริหารเองไปสักพักให้ผู้คนได้เข้าใจ จนได้ลูกค้าองค์กรถึงเป้าที่วางไว้ ต่อไปก็จะปล่อยให้ผู้บริหารคนอื่นเขาดูไป คิดว่าคงไม่มีอะไรพลิกแพลงมากมาย และหลังจากนั้น ผมก็จะได้กลับไปอยู่ที่ภูเรือต่อ

ก็หวังว่ามันจะไปได้นะ เพราะผมเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นถึงวันนี้ ( 13 มีนาคม ) มีวันว่าง เพียง 2 วันเอง ต้องยกเลิกไป 2-3 เจ้า เพราะเวลามันกระชั้นกันมาก แต่หากเป็นไปไม่ได้ต้องคิดเสียว่าเป้าหมายแรกของเราคือซื้อให้คุณพ่อนั่ง และคุณพ่อก็ได้นั่งแล้ว”

ไชย ณ ศีลวันต์

การศึกษา : ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต รุ่น60 (วิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การเงิน)จากมหาวิทยาลัย เพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน : ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น
: กรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด มหาชน
: กรรมการ บริษัทโพลต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

ช่วงหนึ่งของชีวิตที่หายไป:

ธุรกิจเรื่องเฮลิคอปเตอร์ให้เช่านั้นเป็นการทำธุรกิจครั้งแรกของไชย ณ ศีลวันต์ หลังจากเป็นลูกจ้าง และเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทต่างๆนานหลายปี

เขาได้ลาออกจาก ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโครงการของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2539 หลังจากทำงานอยู่นานถึง11ปี

“รู้สึกเบื่อๆ ผมไม่ชอบนั่งทำงานประจำ ก็เลยบินไปเรียนประวัติศาสตร์จีนที่รัฐเท็กซัส ประเทศอเมริกา ที่ต้องไปเรียนที่นั่นเพราะพูดภาษาจีนไม่ได้และอาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษ สอนดีมาก คือเราสนใจเรื่องวิธีคิดของผู้นำของจีนในช่วงแต่ละยุคอยู่แล้ว”

เรียนเพราะอยากรู้ แต่กลับมาทำอะไรไม่ได้คิด แต่หลังจากนั้นกลับมาเมืองไทยในยุคที่ฟองสบู่แตก ลูกค้าเก่า และกลุ่มเพื่อนฝูงที่เจอวิกฤติทางการเงินอย่างเช่น บริษัท ยูคอม ในยุคของ บุญชัย เบญจรงคกุล หรือบริษัทอิตาเลียนไทย ก็ขอให้ไปเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน พอทุกอย่างลงตัว เขาก็เริ่มมีเวลาส่วนตัวอีกครั้งหนึ่ง

“เมื่อ 5 ปีที่แล้วผมก็ไปซื้อบ้านไว้ที่ภูเรือ ชอบขับรถโฟวิลล์ไปถึงไหนต่อไหน เป็นการทดสอบสมรรถภาพของรถที่ซื้อมาด้วย จนวันหนึ่งไปเจอสภาพโรงเรียนเก่าๆบนเขาที่มีสภาพทรุดโทรม มีนักเรียนประมาณ 60-100 คน เลยเริ่มเข้าไปดูแลซ่อมแซมโรงเรียน และหลังจากนั้นก็เข้าไปทำอย่างจริงจัง

บังเอิญผมไม่มีลูก เลยไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเงินไว้ให้ใคร ถ้ามีลูก เงินที่ผมทำบุญสร้างโรงเรียนปีละ 10 ล้านบาทก็ถูกแบ่งไปให้ลูกคนเดียว นี่ทำให้ช่วยเด็กปีหนึ่งตั้งหลายโรงเรียนๆละตั้งหลายคน บางโรงเรียนเขาไม่ได้ขอมา เราเห็นเอง ก็เข้าไปช่วยเลย

ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเยอะหน่อย ปีหนึ่งประมาณ 3-4 เดือน ทำอย่างนี้ตลอด เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเฉพาะปี 2550 เราทำไปทั้งหมด 21 โรงเรียน คิดว่าจะส่งมอบได้ในปีนี้ทั้งหมด ผมใช้งบไปประมาณปีละ 10 กว่าล้านบาท”

ทุกวันนี้ ไชยยังพักอยู่ที่บ้านหลังเดิมของคุณพ่อ ในซอยทองหล่อ บ้านในพื้นที่เกือบ 1ไร่ ใจกลางสุขุมวิทหลังนั้นดูเงียบสงบ เพราะเป็นที่อยู่ของเขาและ นพภาภรณ์ ภรรยาสาวสวยอดีตแอร์โฮสเตสสายการบินอาหรับเอมิเรตส์

เมื่อตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีลูก การวางแผนการใช้ชีวิตจึงอยู่ที่การเดินทางท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ นอกจากบ้านที่กรุงเทพฯ มีบ้านที่ภูเรือ และกำลังปลูกบ้านใหม่ที่ชะอำ เขาตั้งใจว่าถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ปีหนึ่งๆ จะอยู่กรุงเทพฯรวมๆกันประมาณ 3 เดือน อยู่ภูเรือ 3 เดือน อยู่ชะอำ 3 เดือน ส่วนที่เหลืออีก 3 เดือนก็จะเดินทางไปทั่วโลก

“ก็หวังไว้ว่าถ้าธุรกิจเฮลิคอปเตอร์อยู่ตัว ก็จะปล่อยให้คนอื่นบริหารไปส่วนผมก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่แพลนเอาไว้”




จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 20/8/2553 9:41:41

ถ้าจะเอ่ยถึงบริษัทที่ทำธุรกิจให้เช่าเฮลิคอปเตอร์เหมาลำแบบวีไอพีแล้ว คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก บริษัท Advance Aviation ที่มีสาวสวยสุดมั่น ผู้ดำรงตำแหน่ง Director of Sales and Marketing อย่าง หลี-นพภาภรณ์ ณ ศิลวันต์ ที่นอกจากจะเป็นกำลังใจที่ดีให้กับ คุณไชย ณ ศิลวันต์ Vice Chairman and CEO ของบริษัท Advance Aviation แล้ว เธอยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในองค์กรระดับแนวหน้าของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ


+ แรงบันดาลใจในการเลือกทำธุรกิจนี้
สืบเนื่องมาจากความกตัญญูของสามีหลีที่ต้องการซื้อเฮลิคอปเตอร์มาให้คุณพ่อของเขาไว้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างศรีราชากับหัวหินค่ะ และด้วยเหตุนี้เราสองคนจึงคิดว่าน่าจะนำเวลาที่เหลือจากการใช้บินมาให้เอกชนเช่าเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ผลปรากฏว่าเสียงตอบรับดีเกินคาด เพราะไม่เคยมีใครทำธุรกิจนี้มาก่อนเลยในประเทศไทย จนตอนนี้เรามีเครื่องทั้งหมดสี่ลำด้วยกัน ทั้งหมดเป็นเครื่องใหม่ที่มาจากบริษัท ยูโรคอปเตอร์ ผู้สร้างเฮลิคอปเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ

+ กลุ่มเป้าหมายและคู่แข่งของธุรกิจคือใคร
กลุ่มเป้าหมาย ณ ขณะนี้ คือ นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงสุดค่ะ สำหรับคู่แข่งของธุรกิจที่หลีทำอยู่นี้ยังถือว่ายังไม่มีคู่แข่งโดยตรงค่ะ เพราะเนื่องจากอีกสองบริษัทที่ให้บริการเช่าเหมาลำเฮลิคอปเตอร์นั้น ไม่ได้เน้นการให้บริการแบบวีไอพีอย่างที่หลีทำอยู่ ซึ่งทำให้กลุ่มเป้าหมายหลักที่เราดูแลอยู่ต่างกันค่ะ

+ อุปสรรคของการทำธุรกิจนี้
หลีคิดว่าอุปสรรคของงานนี้อยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจอันถูกต้องของ 'ความปลอดภัย'ในเรื่องของเฮลิคอปเตอร์กับคนไทยค่ะ เพราะการเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ถือเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เราจึงต้องนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริง ทางด้านมาตรการความปลอดภัยของการบินให้ลูกค้าได้รับรู้ข้อมูลว่าทางบริษัทของหลีนั้นมีนโยบายที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ตั้งแต่การเลือกซื้อครื่องลำใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยมาให้บริการ ใช้นักบินที่มีชั่วโมงบินสูง ที่สำคัญคือมีการดูแลและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอจาก บริษัทยูโรคอปเตอร์ ผู้สร้างเฮลิคอปเตอร์โดยตรงค่ะ

+ เป้าหมายในการทำงาน
นอกเหนือจากการทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดของประเทศไทยแล้ว เรายังมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจเช่าเหมาลำอากาศยานอย่างครบวงจร เราพูดได้ว่า ตอนนี้เราเป็นผู้ให้เช่าเฮลิคอปเตอร์รายใหญ่ที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงเติบโตขึ้นโดยปลายปีนี้จะนำเข้าเครื่องบิน Private Jet ยี่ห้อ Gulf Stream ลำแรกของประเทศไทยซึ่งเปรียบเสมือนเป็น Rolls Royce ของเครื่องบิน Jet เลยล่ะค่ะ

+ วิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย
หลีจะเข้าหาบริษัทธุรกิจชั้นนำในประเทศไทยโดยตรง รวมทั้งมีการออก Booth กับการท่องเที่ยวฯ (ททท) และการทำ Contract กับ Travel Agency ที่ดูแลลูกค้าวีไอพีจากต่างประเทศ รวมทั้งการใช้สื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอีกด้วยค่ะ

+ อุปสรรคของผู้หญิงที่ทำธุรกิจนี้
หลีคิดว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายสามารถทำธุรกิจนี้ได้หมดถ้าเรามีความสามารถและความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้ค่ะ แม้คนส่วนใหญ่จะมีความคาดหวังว่าตำแหน่งนี้น่าจะเป็นผู้ชายมากกว่า แต่ในทางกลับกัน หลีกลับมองว่าผู้หญิงอย่างเราสามารถนำความอ่อนหวานมาประกอบกับความตั้งใจที่จะศึกษาเรื่องเฮลิคอปเตอร์อย่างจริงจัง เมื่อนำมาหลอมรวมกันมันจะเป็นส่วนเติมเต็มกับตำแหน่ง Director of Sales and Marketing ได้อย่างลงตัวทีเดียวค่ะ

+ สิ่งที่สอนลูกน้องเสมอ
หลีจะเน้นในเรื่องของการให้บริการอย่างจริงใจกับลูกค้า หรือผู้ที่เข้ามาติดต่อประสานงานกับบริษัทค่ะ เพราะถ้าเรา 'ใส่ใจ' กับการบริการในทุกรายละเอียด ลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาติดต่อจะสามารถสัมผัสกับความตั้งใจในการทำงานของเราได้ค่ะ

+ หลักในการดำเนินชีวิต
หลีจะทำทุกวันในชีวิตของตัวเองและคนรอบข้างให้มีความสุขบนพื้นฐานของความพอดี เพราะชีวิตของคนในปัจจุบันนี้ไม่สามารถหลีกหนีความวุ่นวายได้ และปัญหาส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างมาจากตัวเองทั้งสิ้น ถ้าเรามองทุกอย่างในด้านดี อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ก็จะนำมาสู่จิตใจที่ผ่องใส คนรอบข้างก็จะพลอยได้รังสีแห่งความสุขไปด้วยค่ะ



จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 20/8/2553 13:40:00

ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่http://www.advanceaviation.co.th/


จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 20/8/2553 9:47:00


ขอเชิญร่วมตอบหัวข้อครับ
ผู้ตอบ :      

ข้อความ :
     
รูปภาพ :      
           (รับไฟล์ jpg, gif, png ขนาดไม่เกิน 300 Kb)
CAPTCHA
Image
            *โปรดใส่ตัวเลขด้านล่างเพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
              This Is CAPTCHA Image

กลับหน้าแรก webboard