“กินจุบจิบ”- “ดูแลไม่ถูกวิธี” ภัยคุกคามสุขภาพช่องปาก...ไม่รู้ตัว
ตอบหัวข้อเพิ่ม คลิกที่นี่

... เคยสงสัยบ้างหรือไม่ เหตุใดหนอ...แปรงฟันทุกวัน แต่ฟันก็ยังผุ ปากมีกลิ่น หรือ มีปัญหาช่องปากต่างๆ นานา หากลองนึกทบทวนดีๆ นั้น อาจเป็นเพราะเราสนใจที่จะดูแลสุขภาพช่องปากน้อยจนเกินไป โดยเฉพาะคนที่ชอบกินจุบกินจิบ ทานอาหารไม่ต่ำกว่า 5-6 มื้อต่อวัน และชอบเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ทุกครั้งหลังอาหาร โดยปราศจากการแปรงฟันที่ถูกสุขลักษณะ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันอย่างไม่รู้ตัว

ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บอกว่า พฤติกรรมการกินและการทำความสะอาดฟันที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อเหงือกและฟันหลายประการเริ่มตั้งแต่การเกิดฟันผุ ทั้งแบบฝ้า ขาว และหลุมดำ ซึ่งมักเกิดในวัยเรียนทั้งประถมและมัธยมต้น เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในวัยรุ่นมัธยมปลายและวัยนักศึกษามหาวิทยาลัยนั้น ป่วยเป็นเหงือกอักเสบที่มีลักษณะ บวม แดงช้ำ แตกต่างจากคนปกติที่มีเหงือกสีชมพูซีด โดยสามารถเช็คอาการได้ด้วยตนเอง แต่หากมีความเครียดสะสมร่วมด้วยแล้ว ก็มักจะเกิดเป็นร้อนใน เป็นแผลในปาก จะมีอาการแสบ คัน และเจ็บในช่องปาก แต่อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ช่วงเวลาที่เป็นอยู่ก็จะสร้างความรำคาญไม่น้อย ดังนั้นเพื่อป้องกันโรคทางปากและฟันดังกล่าว ต้องลองมาดูสาระความรู้ ว่าเป็นอย่างไร

...ทพ.สุธา กล่าวต่อว่า การป้องกันมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.เรื่องการกิน การกินอาการเป็นปัจจัย หลักที่ก่อให้เชื้อโรคในช่องปากเกิดการเจริญเติบโต เพราะเศษอาหารจะไปกองกันอยู่ที่ซอกเหงือก ร่องฟัน ซึ่งจุลินทรีย์จะเอาเศษเหล่านี้ไปกินต่อ น้ำลายของคนเราจะกลายเป็นกรดมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุจะยิ่งมากตามไปด้วย ซึ่งทุกครั้งที่มีการกินอาหารก็จะเกิดเป็นกรดทุกครั้ง ดังนั้นหากกินหลายครั้งก็หมายความว่าภาวะการเกิดกรดในน้ำลายจะยิ่งถี่ ซึ่งวัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นส่วนมากจะทานวันละหลายครั้ง เช่น ทานมื้อเช้า เบรกตอนสาย มื้อเที่ยง เบรกช่วงบ่าย เย็น และก่อนนอน ดังนั้นการทานอาหารมื้อหลักแค่ 3 มื้อจะดีที่สุดและเน้นที่ผัก กับ ผลไม้ ลดปริมาณขนมเหนียว เช่น ลูกอมรสหวาน หมากฝรั่งผสมน้ำตาล เพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อกลายเป็นเศษอาหารเกาะตามไรฟัน ก็จะอยู่นานแบคทีเรียและเชื้อโรคในปากก็สามารถเข้ามากัดกินฟันและทำลายเหงือกได้บ่อยขึ้น

ทพ.สุธา กล่าวอธิบายต่อว่า 2.เรื่องของการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม โดยหลังมื้ออาหารควรแปรงฟันด้วยการแปรงที่ขนแปรงไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป ไม่ระคายเคืองเหงือก เมื่อขนแปรงบานควรเปลี่ยนด้ามใหม่ มีด้ามแปรงจับได้ถนัดมือ เลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ โดยควรแปรงฟันหลังอาหารมื้อเช้า เที่ยง เย็น แปรงให้ครบทุกซี่อย่างทั่วถึง เน้นที่ช่วงต่อระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งเป็นร่องสะสมเศษอาหาร แต่หากแปรงฟันผิดวิธี เช่น การแปรงตามขวาง หรือขึ้นลงพร้อมกัน ทำให้เหงือกร่น และฟันสึกกร่อนมาก และจากนั้นให้ใช้ไหมขัดฟัน เพื่อกำจัดเศษอาหารออก

“นอกจากนี้ หลายคนเชื่อว่า การกินหมากฝรั่งหลังอาหาร เป็นการทำความสะอาดช่องปากในแบบเร่งด่วนและสะดวก แต่ในความจริงแล้ว การเคี้ยวหมากฝรั่งนั้นสามารถกำจัดเศษอาหารตามซี่ฟันเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนในการรักษาสมรรถภาพของเหงือกได้เลย ดังนั้นต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่แล้วให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักมากกว่าการกินแบบตามใจปาก เพื่อสุขภาพฟันที่ดีเหมาะสมกับวัย” ทพ.สุธา ทิ้งท้าย

...วิธีการแปรงฟันอย่างถูกวิธี

-เริ่มจากการจับแปรง เวลาแปรงฟันบน จับแปรงหงายขึ้น เวลาแปรงฟันล่าง จับแปรงคว่ำลง
-วางขนแปรงแนบกับขอบเหงือก โดยเอียงขนแปรงเป็นมุม 45 องศา กับตัวฟัน
-ขยับแปรง ไป-มา เล็กน้อย
-หมุนข้อมือปัดขนแปรงจากเหงือก ผ่านตัวฟันโดยตลอด
-ถ้าเป็นฟันบน ปัดลงล่าง ฟันล่าง ปัดขึ้นบน
-แปรงให้ทั่วทุกซี่ ทั้งด้านนอก ด้านในของฟันบน และฟันล่างให้สะอาด
-ส่วนด้านบดเคี้ยว ถูไปมาตามแนวฟัน ทั้งซ้าย ขวา จนสะอาด
-แต่ละครั้งควรใช้เวลาแปรงฟัน ประมาณ 2-3 นาที



จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 22/2/2555 12:23:09


ขอเชิญร่วมตอบหัวข้อครับ
ผู้ตอบ :      

ข้อความ :
     
รูปภาพ :      
           (รับไฟล์ jpg, gif, png ขนาดไม่เกิน 300 Kb)
CAPTCHA
Image
            *โปรดใส่ตัวเลขด้านล่างเพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
              This Is CAPTCHA Image

กลับหน้าแรก webboard