แนะเทคนิคจัดการ "ความกังวลใจ" ก่อนสายเกินแก้!
ตอบหัวข้อเพิ่ม คลิกที่นี่

... ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และรายล้อมไปด้วยปัญหา ความกังวลใจ และความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว แต่ถ้าความวิตกกังวลนั้นมีมากจนเกินไป และไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลให้เกิดความเครียด และความทุกข์ใจจนนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่ไม่ราบรื่นทั้งเรื่องงาน และเรื่องครอบครัว ซึ่งบางครั้งอาจถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายได้

ความน่าเป็นห่วงนี้ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จิตแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่า เรื่องของความเครียดและความวิตกกังวลเป็นโรคของยุคสมัยใหม่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เต็มไปด้วยความเร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอาหารการกิน การขาดการออกกำลังกาย การนั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ รวมไปถึงการมีอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น ทำให้เรื่องของจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องความเครียดและความวิตกกังวลใจ ส่งผลให้การกิน การนอน สมาธิในการทำงาน และความสัมพันธ์ถูกบั่นทอน ความสามารถในการคุมอารมณ์ลดลง

"ผู้ที่มีความวิตกกังวลอาจมีอาการแสดงออกที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวเย็น มือเย็น ปากแห้ง เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะบ่อย กลืนอาหารลำบาก กระวนกระวาย เหนื่อยง่าย ขาดสมาธิ หงุดหงิดบ่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และนอนไม่หลับ ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้น ควรหันมาดูแลจิตใจและจัดการเรื่องของความเครียดความกังวลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่มันจะส่งผลเสียต่อชีวิตเรา" จิตแพทย์รายนี้เผย

ปัจจุบันบางองค์กรได้เริ่มมีการดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงาน เพราะทันทีที่หน่วยงานจัดการดูแลจิตใจให้กับคนทำงาน จะมีผลตอบแทนคืนมาในรูปของการที่คน ๆ นั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น หากพูดในด้านการเงิน จะให้ผลตอบแทนกลับคืนมา 5-13 ดอลลาร์ ในทุกการลงทุน 1 ดอลลาร์ ซึ่งก็แปลว่าการดูแลเรื่องของจิตใจ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการแก้ปัญหา แต่มันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิต และเพิ่มประสิทธิผลของงาน

"ถ้าเราจัดการความกังวลได้ดีเราก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น สามารถจัดการตัวเอง และสร้างสัมพันธภาพได้ดีในการที่จะทำให้งานประสบผลสำเร็จ เนื่องจากงานปัจจุบัน ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย ไม่มีงานไหนที่จะสำเร็จโดยใช้สาขาวิชาชีพเดียวในปัจจุบัน การฝึกจัดการตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องความเครียด และความกังวลก็เป็นเรื่องของการเติมศักยภาพภายในให้นำออกมาใช้ได้ดีขึ้น"
...สำหรับผู้อ่านท่านใดมักตกอยู่ในสภาวะ "กังวลใจ" และเกิดความเครียดอยู่บ่อย ๆ นพ.ประเวชได้แนะนำเทคนิคจัดการความกังวลใจที่สามารถฝึกได้ด้วยตนเองง่าย ๆ 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ฝึกทักษะผ่อนคลาย เพราะร่างกายกับจิตใจเราสัมพันธ์กัน ทักษะหนึ่งที่ฝึกได้ง่าย ๆ คือ ฝึกการหายใจ ซึ่งมีหลักง่าย ๆ 3 ข้อคือ

- ไม่ต้องตั้งใจมาก เพราะหากตั้งใจมาก อาจทำให้เกร็งและไม่ผ่อนคลาย

- หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า โดยอาจใช้การนับเลขช่วย หายใจเข้า นับ 1 - 2 - 3 - 4 กลั้นไว้ นับ 1 - 2 หายใจออก นับ 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6

- หายใจเข้าท้องพองออก กลั้นไว้ หายใจออก ท้องแฟบลง หรืออาจใช้วิธีหายใจเข้าให้สุด ออกให้สุด นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการยืดเหยียด การบริหารร่างกาย เพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง เพราะเวลาที่คนเราเคลื่อนไหว ความคิดจะลดลง ความสงบทางใจก็จะกลับมา ถ้าฝึกนานพอยิ่งทำให้รู้สึกเบาโล่ง

2. การจัดการด้านความคิด ระวังความคิดที่อาจทำให้เกิดความกังวลและความเครียด ไม่ไปเผลอคิดมัน รู้ทันมัน ฝึกวิธีคิดที่ช่วยให้เรามีความสุข

3. จัดการปัญหาชีวิต โดยเฉพาะปัญหาความสัมพันธ์ ซึ่งมีส่วนทำให้คนเราเครียดและกังวลได้มาก

4. เรื่องอาหารการกิน เราพบว่าคนที่ทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะหงุดหงิดง่าย การควบคุมอารมณ์ต่ำลง สำหรับสูตรของการกินอาหารเพื่อสมอง เป็นสูตรเดียวกับการกินอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารอะไรที่ดีต่อหัวใจจะดีต่อสมองด้วย กินอาหารเพื่อสุขภาพให้ดี สมองก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย

รู้แบบนี้แล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ



จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 4/3/2555 9:01:35


ขอเชิญร่วมตอบหัวข้อครับ
ผู้ตอบ :      

ข้อความ :
     
รูปภาพ :      
           (รับไฟล์ jpg, gif, png ขนาดไม่เกิน 300 Kb)
CAPTCHA
Image
            *โปรดใส่ตัวเลขด้านล่างเพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
              This Is CAPTCHA Image

กลับหน้าแรก webboard