‘ตุ๊กแกฟีเวอร์’ งมงายง่ายๆ จนน่างงงวย
ตอบหัวข้อเพิ่ม คลิกที่นี่

...ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าสื่อทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ และหนังสือพิมพ์ ต่างประโคมความแปลกประหลาดในการแสดงออกถึงลักษณะของตุ๊กแก ถึงขั้นเข้าใจกันไปว่ามันกำลังแสดงท่าทางประดุจการประนมมือไหว้

หลังมีการเผยแพรภาพข่าวตุ๊กแกห้อยหัว ลักษณะท่าทางเท้าคู่หลังเกาะอยู่บนเพดานแล้วทิ้งตัวลงสู่พื้นมือประสานคล้ายกับกำลังห้อยหัวประนมมือไหว้ ในบ้านเลขที่ 79/1 หมู่ 4 ต.สว่างอารมณ์ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังทำบุญสืบชะตาอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ล่วงลับที่จังหวัดพะเยา ไม่นานก็ปรากฏข่าวคราวของตุ๊กแกในลักษณะคล้ายกันที่ จ.กำแพงเพชร แถมยังเชื่อกันอีกว่าพฤติกรรมที่มันกำลังกระทำนั้นไม่ได้ประนมไหว้เพียงอย่างเดียว บางทียังเอี้ยวตัวบิดไปมาคล้ายกับคนบิดขี้เกียจ หรือบางครั้งก็ยกตัวเหมือนกำลังซิตอัป
บ้านที่วิเคราะห์ตัวเลขจากพฤติกรรมประหลาดก็ถูกหวยหน้าชื่นตาบานไปตามๆ กัน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวก็สร้างความฮือฮาแก่สังคมไม่น้อย
จากนั้น เจ้าตุ๊กแกจากที่ต่างๆ ทั่วไทยก็ต่างทยอยแสดงท่าทางคล้ายๆ กัน แปลกบ้างแตกต่างบ้างไปตามเนื้อข่าวที่ได้มา และก็เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ หรือเรื่องโจษจันคุยกันสนุกปากทั่วไทยทุกตอนเช้าเวลาข่าวเลยก็ว่าได้
มาดูว่า ‘คนไทย’ กับ ‘ตุ๊กแก’ มีความสัมพันธ์ผูกพันกันอย่างไร ผ่านความเชื่อและมุมมองต่างๆ กัน


คลายความสงสัย

โดยทั่วไปแล้วลักษณะท่าทางโดยสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่ส่วนหนึ่งมาอยู่ในบ้านคนจนกลายเป็นสัตว์บ้านไปบางส่วนของตุ๊กแกที่คุ้นชินตาหากพบตามบ้านเรือน ก็จะเป็นลักษณะการเกาะตามเพดาน หรือฝาผนังจนเจนตาอยู่แล้ว ซึ่งท่าทางแปลกๆ ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อก็สร้างความสงสัยว่าแท้จริงแล้วนั้น เป็นพฤติกรรมความศรัทธาของมัน หรือเป็นเพียงท่าทางธรรมดาๆ ที่มนุษย์อาจยังไม่ค่อยได้เห็นนัก

ในเรื่องดังกล่าว นายสัตวแพทย์ชิษณุ ติยะเจริญศรี รองประธานมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ได้อธิบายคร่าวๆ ถึงลักษณะพฤติกรรมและอุปนิสัยตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้เพื่อให้สังคมได้เข้าใจกลไกของสิ่งมีชีวิตประเภทนี้มากขึ้น

“ตุ๊กแกที่มันห้อยหัว เป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว ก็คือเวลาที่มันจะปีนป่าย หรือว่าเวลาที่มองหาแมลง ก็จะใช้สองขาหลังเกาะอยู่กับพวกไม้พวกขื่อ เพราะว่าขาของตุ๊กแกมีพังผืดที่ยืดหยุ่นและจับเกาะพื้นผิวได้ดีมาก มันก็จะเกาะยืดตัวไปดู หรือยืดตัวเพื่อเอาขาหน้าไปเกาะอีกที่หนึ่ง เพื่อจะได้ข้ามไปอีกจุดหนึ่งได้ เป็นธรรมชาติเลยนะ คือที่เห็นภาพพวกนั้นตามสื่อต่างๆ ถือว่าเป็นธรรมชาติของมันเลย ตุ๊กแกจะเดินก่ายไปเกาะที่ไกลๆ อีกที่หนึ่ง ก็จะเอาสองขาหลังเกาะไว้ห้อยไปจับอีกที่หนึ่ง ถ้าที่นั้นจับแล้วแน่นพอ ก็จะปล่อยขาหลัง แล้วก็ปีนป่ายของมันไปเรื่อย คนเขาไปฮือฮากันเอง มันเป็นปกตินะ”

อย่างไรก็ตาม ข่าวความเชื่อที่ค่อนไปทางงมงายของชาวบ้านก็สะท้อนอะไรบางอย่างในสายตาชาวต่างชาติ น.สพ.ชิษณุ ในส่วนนี้ต้องมีการให้ความรู้แก่ภาคประชาชน

“กระทรวงศึกษาธิการน่าจะออกไปมีบทบาทให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะตรงนี้มันสื่อถึงความรู้ของประชาชนเลยนะ ทั้งๆ ที่ตุ๊กแกเป็นสัตว์พื้นบ้านเลย มันสะท้อนถึงสังคมไทยว่าเป็นสังคมที่ไม่มีความรู้ ทั้งๆ ที่รัฐบาลพยายามประกาศเป็นสมาร์ท ไทยแลนด์ หรือ เมืองไทยฉลาด แต่ข่าวออกมาแบบนี้ เมืองไทยไม่ฉลาด”

ถึงแม้ลักษณะทางกายภาพของตุ๊กแก อาจก่อให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัว หรือน่ารังเกียจ แต่จริงๆ แล้วมันนั้นไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับมนุษย์ ทั้งยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลในระบบนิเวศอีก

“ตุ๊กแกนั้น ไม่ใช่สัตว์ที่มีอันตรายแต่อย่างใดอย่างที่ใครหลายๆ คนกลัวกัน จริงๆ แล้ว อาหารหลักของมันเป็นพวกแมลงตัวโต อย่างพวกกลุ่มแมลงสาบ แล้วตามในป่าหรือทุ่งหญ้าทุ่งนานั้น ตุ๊กแกมันเป็นตัวช่วยกำจัดแมลงได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มันเป็นสัตว์ไม่มีพิษ ไม่กัดคน อาจจะมีงับบ้าง ถ้าเราเอาไม้แหย่อยู่ตรงหน้ามัน มันก็อาจจะงับไม้ แต่มันจะไม่กัดรุนแรงเป็นแผลอย่างหมากัด ลักษณะการกัดจะคล้ายๆ กับจระเข้ แต่ว่าตัวของมันนั้นเล็ก จึงไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด”


เปิดปูม ‘ตุ๊กแก’ ในหลากหลายบทบาท

หากลองมาสำรวจกันก็จะพบว่าบทบาทของ ‘ตุ๊กแก’ ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว แม้รูปลักษณ์จะไม่เป็นที่พิสมัยเสียเท่าไหร่ แต่คุณสมบัติรวมทั้งสรรพคุณนั้นกลับมีมากอย่างน่าประหลาด

‘สัตว์พยากรณ์’ มีความเชื่อมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วว่า สุ้มเสียงของ 'ตุ๊กแก' นั้น ถือเป็นลางบอกเหตุตามความก้องกังวานของเสียงร้อง...ตุ๊กแก…ตุ๊กแก…ถูกความศรัทธาแทนที่ด้วยความหมายในเชิงลางสังหรณ์ทั้งเหตุร้ายและดี เชื่อกันว่าจำนวนครั้งที่สัตว์จำพวกนี้เปล่งเสียงจะปรากฏเป็นคำทำนาย อย่างเช่น ได้ยินเสียงร้อง 1 ครั้งมีความเชื่อกันว่าจะเสียเงินทองโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือการเปล่งเสียงร้อง 3 ครั้งเชื่อกันว่าสมาชิกในบ้านจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข หรือเปล่งเสียงถึงร้อง 10 ครั้งนั้นหมายความว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เชื่อกันว่าจะมีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา การงานค้าขายมีแต่กำไร ซึ่งเจ้าของบ้านควรเลี้ยงดูเจ้าตุ๊กแกตัวนั้นเอาไว้

คนโบราณยังมีความเชื่ออีกว่า ตุ๊กแกนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์พูนสุข เพราะมักจะอาศัยอยู่บริเวณที่ค่อนข้างสงบและมีระบบนิเวศที่ดี อาจบอกได้ว่าตุ๊กแกนั้นป็นสัตว์มงคลของชาวไทยในสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ก็สามารถพิสูจน์ได้จากการที่มีการนำตัวตุ๊กแกมาเป็นเครื่องรางของขลังคู่กายด้วยความเชื่อต่างๆ นานา


‘ตำหรับยาโป๊วขนานเอก’ ถึงรูปร่างหน้าตาของเจ้าสัตว์ประเภทนี้ จะไม่ถือว่าสะสวยน่าดูอยู่ในข่ายขี้เหร่อย่างน่าขยะแขยงจนถึงน่ากลัวจนขนลุกซู่ แต่คุณค่าทางโภชนาการของตุ๊กแกนั้นยอดเยี่ยมขนานแท้ อย่างในประเทศจีนก็มีตุ๊กแกเป็นตำรับยาชั้นเลิศ มีสรรรพคุณเป็นยาบำรุงทั้งตับทั้งไต รักษาอาการหอบหืด และที่สำคัญช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งถือปัจจัยที่ดึงดูดท่านชายทั่วราชอาณาจักร สำหรับในประเทศไทยนั้น จะนิยมนำตุ๊กแกมาผ่าท้องควักเครื่องในออกแล้วนำเนื้อมันไปปิ้งหรือตากแห้ง เพื่อนำไปดองเหล้า ใช้เป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ว่ากันว่าสรรพคุณของมันนั้นทั้งช่วยลดอาการปวดข้อ รักษาโรคตานขโมย ทั้งยังกระตุ้นระบบโลหิตให้หมุนเวียนดีขึ้น

นอกจากตำรายาแผนโบราณ สรรพคุณของตุ๊กแกยังถูกนำมาสกัดเป็นยาแผนปัจจุบันด้วยเหมือนกัน อย่างบริษัทยาของประเทศฝรั่งเศสก็นำน้ำลายของเจ้าตุ๊กแกสายพันธุ์ Gila ในแถบทะเลทรายแอริโซนามาสกัดเป็นยารักษาโรคเบาหวาน หรือจากข่าวคราวเมื่อปีสองปีที่ผ่านมา บอกว่า มีนายทุนชาวมาเลเซียกว้านซื้อตุ๊กแก เพราะต้องการนำเซลล์บริเวณส่วนหางไปสลัดเป็นยารักษาโรคเอดส์ และโรคมะเร็ง รวมถึงนำไปรับประทานเป็นยาชูกำลัง และก็มีพ่อค้าหัวใสรับซื้อตุ๊กแกสนนราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาท เพื่อนำขายส่งให้แก่พ่อค้าแม่ค้าชาวมาเลเซีย ไต้หวัน จีน

สำหรับตุ๊กแกที่พ่อค้าจะรับซื้อนั้น ต้องมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 3 ขีด (300 กรัม) ขึ้นไป โดยราคาตุ๊กแกที่รับซื้อจะมีการลดหลั่นไปตามขนาดตัว เช่น น้ำหนัก 3.2 ขีด ราคา 13,000 บาท น้ำหนัก 3.5 ขีด ราคา 20,000 บาท น้ำหนัก 4 ขีด ราคา 30,000 บาท น้ำหนัก 4.5 ขีด ราคา 40,000 บาท น้ำหนัก 5.2 ขีด ราคา 60,000 บาท และน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคา 200,000 บาท

โดยเรื่องซื้อตุ๊กแกในราคาดังกล่าวเป็นความจริง เพราะในเนื้อข่าวมีคำยืนยันจาก เสี่ยต๊ะ-จิรายุสต์ เอียดตรง อายุ 42 ปี ชาวอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง นายทุนรับซื้อตุ๊กแก บอกว่า ตนรับซื้อตุ๊กแกจริง แต่ตุ๊กแกต้องมีน้ำหนัก 3 ขีดขึ้นไป ซึ่งหากใครมีตุ๊กแกขนาดดังกล่าว ยินดีจะซื้อในราคาตามน้ำหนักของตุ๊กแก เนื่องจากมียอดสั่งซื้อมาจากพ่อค้าชาวมาเลเซีย และชาวไต้หวันมาเป็นจำนวนมาก


‘สัตว์เศรษฐกิจ’ โดยในปัจจุบัน อาชีพจับตุ๊กแกขายไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีผู้ประกอบอาชีพนี้มานานแล้ว โดยเฉพาะที่บ้านตาล อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตตุ๊กแกตากแห้งส่งขายต่างประเทศ โดยพ่อค้าจะไปซื้อตุ๊กแกตามบ้านของชาวบ้านที่จับได้ตามธรรมชาติ หรือสถานที่เพาะเลี้ยง ในราคาตัวละ 2 - 5 บาท เพื่อนำมาตากแห้งส่งไปขายต่างประเทศ ในราคาคู่ละ 50 บาท เพื่อนำไปทำยาบำรุงร่างกาย จนมีรายได้หมุนเวียนถึงเดือนละ 10 ล้านบาท

ตุ๊กแกถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการส่งออกตุ๊กแกบ้านมีชีวิตและตุ๊กแกตากแห้งไปยังประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา มานานกว่า 30 ปีและมีการส่งออก 2-5 ล้านตัวต่อปี ถึงขนาดกรมอุทยานฯ ผุดไอเดียเลี้ยงตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิมส่งออกกันเลย ส่วนใหญ่จะนำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ นอกจากนี้เนื้อตุ๊กแกตากแห้งก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแม้ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา แต่รายได้เสริมจากการเลี้ยงตุ๊กแกก็สร้างรายได้ไม่น้อย


‘วิจัยผลิตภัณฑ์ล้ำยุคทางวิทยาศาสตร์’ ความอัศจรรย์ของฝ่าเท้าตุ๊กแกที่มีคุณสมบัติ เหนียว แน่น หนึบ ก็สร้างความฉงนสงสัยไม่น้อยกระทั่งกระตุ้นให้แวดวงวิทยาศาสตร์เข้ามาศึกษาเพื่อตอบข้อสงสัย นำตุ๊กแกเข้าสู่กระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์สังเกตการณ์โดยกล้องวิดีโอความเร็วสูงบันทึกภาพ และก็พบว่าหางเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการทรงตัวเวลายึดเกาะ และเท้าตุ๊กแกนั้นมีโครงสร้างขนาดเล็ก ซึ่งมองด้วยตาเปล่าจะเป็นลักษณะเกล็ดๆ แต่หากส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์พบว่า ประกอบด้วยขนเป็นพันๆ เส้น เบื้องต้นข้อมูลการศึกษาเหล่านี้ทางวิทยาศาสตร์ก็นำไปประยุกต์สู่การคิดค้นพัฒนาวัสดุยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพด้วย

..........


อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ ‘ตุ๊กแกฟีเวอร์’ ทำให้เชื่อว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้ของสังคมไทยที่จะก้าวสู่ความเป็นสังคมอุดมปัญญา (?) คงจะเป็นเรื่องการให้ความรู้แก่ภาคประชาชน ที่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์พื้นถิ่น ด้วยความไม่รู้ก็อาจนำสู่การคาดเดาที่ผิดแผกไปจากข้อเท็จจริง โดยเฉพาะความนัยเชิงไสยศาสตร์ที่นำสู่ความงมงายยากต่อการพิสูจน์

เพราะหากได้ศึกษาถึงพฤติกรรมของตุ๊กแกอย่างจริงจัง ก็คงจะรับรู้ว่า มันก็เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ดำรงชีวิตตามธรรมชาติเหมือนสัตว์ประเภทอื่นๆ เท่านั้นเอง



จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 9/3/2555 8:07:16


ขอเชิญร่วมตอบหัวข้อครับ
ผู้ตอบ :      

ข้อความ :
     
รูปภาพ :      
           (รับไฟล์ jpg, gif, png ขนาดไม่เกิน 300 Kb)
CAPTCHA
Image
            *โปรดใส่ตัวเลขด้านล่างเพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
              This Is CAPTCHA Image

กลับหน้าแรก webboard