...เกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับกาแฟ
ตอบหัวข้อเพิ่ม คลิกที่นี่

... มีคนบอกว่า กาแฟคือ"ขุนนางชั้นสูง"แห่งเครื่องดื่ม
เป็นเครื่องดื่ม"ให้ความสุข"เพราะช่วยกระตุ้นหัวใจและขับปัสสาวะ และชาวฝรั่งเศสใช้กาแฟ"ทำอาหาร" นอกเหนือจากทำไอศครีมและเหล้าหวาน(coffee liqueurs)

ฟินเนีย ฟอกก์ พระเอกในวรรณกรรมเรื่อง "80วันรอบโลก" คือนักดื่มกาแฟตัวยงรายแรกของโลก เพราะภารกิจรอบโลกอย่างหนึ่งของเขาคือกินกาแฟ(ชั้นดี)ทั่วโลก จนมีการบันทึกไว้ในนวนิยายนั้น


ขณะที่ชาวฮอลแลนด์ เรียกกาแฟว่า"ของดื่มวิเศษ" เมื่อมีการนำกาแฟมาจากเกาะชวาเมื่อศตวรรษที่17 และก่อให้มีการสร้างโรงงานผลิตกาแฟทั่วประเทศ
สูตรกาแฟของชาวดัทช์ คือเติมครีมหนึ่งถ้วย น้ำตาล ตามด้วยน้ำ 1 แก้ว

กรีก กับ ตุรกี รสกาแฟคล้ายๆกัน เป็นกาแฟใส่น้ำเชื่อม แต่เป็นกาแฟหนา ทำโดยเครื่องชงที่เรียกว่า ibrick คือเป็นหม้อต้มเล็กๆมีก้านยาวๆทำด้วยโลหะทองเหลือง
ส่วนชาวอาหรับ ต้องเสิร์ฟกาแฟให้คนชราก่อน ถ้าไม่พอใจ ก็ไม่มีแก้วที่ 2

กาแฟฝรั่งเศส ที่โด่งดังคือ cafe au lait หรือกาแฟใส่นม โดยคนที่ดื่มนิยมใช้ขนมปังหรือครัวซองที่ปิ้งใหม่ๆจิ้มกิน
ถ้าเป็นชนบท จะเป็นกาแฟดำข้รแล้วตามด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อิตาลี ..เป็นอีกชาติติดกาแฟมาก
กาแฟ"รสอิตาเลียน" คือ caffe latte จากถ้วยใหญ่ และ caffee late จากถ้วยเล็ก เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่คั่วอย่างแรงด้วยวิธีการต้ม โดยการผสมกาแฟ 1/4 เข้ากับนมร้อน 3/4 และจะดื่มหลังอาหารเที่ยงและอาหารเย็น
อีกกาแฟที่โด่งดังของประเทศนี้คือ คาปูชิโน่ ..ที่ตั้งชื่อตาม"สี"ของกาแฟนี้ มาจากเสื้อคลุมพระนิกาย คาปูชิโน่
ถ้าไปที่นั่น ดื่มเอสเปรสโซ่เสิร์พพร้อมน้ำแข็ง อย่าลืมตะโกน Viva Italia ..อิตาลีจงเจริญ

อินเดีย..กินกาแฟกันทั้งวัน ติดมาจากอังกฤษ ที่พัก tea time แต่ที่เมืองขึ้นอย่างอินเดีย กลับเป็น coffee time
แต่คนอินเดียจะกินกาแฟกับสแนกที่ทำจากสมุนไพรและพวกเครื่องเทศ รวมทั้งพวกผัก เช่น ทองหลาง ถั่ว กระถิน
แขกอินเดียกินกาแฟกับถั่ว..ถือเป็นเรื่องปกติครับ

ฟินแลนด์...กินกาแฟมากที่สุดในโลก คือคนละ 5 แก้วต่อวัน แต่มีวิธีต้มต่างจากที่อื่น คือเรียกว่า Jug method หรือวิธีการ(ต้ม)ด้วยเหยือกเปิดฝาไว้ แต่ว่ากันว่าฝรั่งเศสใช้วิธีนี้เมื่อปี 1711
วิธีดื่ม เติมหนังปลาหนึ่งชิ้นลงในกาแฟเพื่อช่วยให้สะอาดขึ้น ..แล้วค่อยตักออกเมื่อจะดื่มกาแฟ ..เสิร์ฟพร้อมครีมและน้ำตาล

ญี่ปุ่น มีร้านกาแฟมากที่สุดในโลกและอิมพอร์ตกาแฟมากที่สุด
ชาวญี่ปุ่นชอบดื่มกาแฟแล้วกินสับปะรด ซึ่งถือว่าช่วย"ชูกำลัง"
ดังนั้น คนเข้าร้านกาแฟที่นี่ เหมือนเข้าห้องสมุด ...จึง"อย่างง" ถ้าเจอชาวญี่ปุ่นนั่งละเลียดกาแฟขณะอ่านการ์ตูน(ญี่ปุ่น)
อาจจะเพราะรู้กันดีว่ากาแฟดีๆมาอยู่ที่ญี่ปุ่นหมด ทำให้ร้านกาแฟสวยๆเดิมที่มีมากในฝรั่งเศส หมดไปจากวิถีวิไลของชาวปารีส รวมทั้งการมี"ทีวี"เข้ามาเกี่ยวข้องแทน ดังนั้น ทุกวันนี้ เมื่อเลิกจากงาน ชาวฝรั่งเศสจะรีบกลับบ้าน จึงไม่มีใครลงทุนเปิดร้านกาแฟสวยๆเหมือนวันวาน...

"ร้านกาแฟ"แห่งแรกของโลก เปิดที่ตอนสแตนติโนเปิล(อิสตันบูลปัจจุบัน) เมื่อปี 1554 ที่เวนิส เปิดปี 1647 และที่ลอนดอนปี 1652
ส่วนร้านแรกของปารีสคือร้าน Proscope เปิดเมื่อปี 1672 มี"วอลแตร์"นักเขียนนักคิดชื่อดังเป็นขาประจำ

ส่วนคนเยอรมนี ถือเป็นดินแดนแห่งเค้ก ...เครื่องดื่มที่เหมาะสม จึงเป็นกาแฟ

คนอเมริกันดื่มมาก เรียก coffee break คนที่นี่กินเพราะเลือดรักชาติ เลยเลิกดื่มชาเพื่อลบภาพประเทศแม่(อังกฤษ) จึงมีการนำชาไปทิ้งในทะเล จนกลายเป็นตำนานเรื่อง Boston Tea Party
แต่น่าสนใจว่า สหรัฐอเมริกา ไม่มีร้านกาแฟหรูๆ
"คอกาแฟ" อยากกินกาแฟก็ต้องนั่งกินในร้านฟาสต์ฟู้ด แถมรสชาติก็...งั้นๆ




จากคุณ Mac เมื่อวันที่ 6/3/2556 13:56:19


ขอเชิญร่วมตอบหัวข้อครับ
ผู้ตอบ :      

ข้อความ :
     
รูปภาพ :      
           (รับไฟล์ jpg, gif, png ขนาดไม่เกิน 300 Kb)
CAPTCHA
Image
            *โปรดใส่ตัวเลขด้านล่างเพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล
              This Is CAPTCHA Image

กลับหน้าแรก webboard